วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส ( KCAR) บริการรถเช่า ลุ้นโต


                          นายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส ( KCAR) กล่าวผ่านรายการ Stock in Focus ว่า รายได้หลักของ KCAR กว่า 95% มาจากการเช่ารถระยะยาว โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กร สัญญาเช่าเฉลี่ยประมาณ 3 ปี ทั้งพอร์ตมีรถให้เช่า 5,700 คัน แบ่งเป็น รถยนต์ ขนาด 1,500 – 2,400 CC ประมาณ 50% นอกจากนั้น เป็นรถตู้และรถปิกอัพ ซึ่งรายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนรถ และค่าเช่าที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะคำนวณจากต้นทุน อัตราดอกเบี้ย และราคาขายต่อในอนาคต

                          นายพิเทพกล่าวว่า ธุรกิจเช่ารถยนต์จะมีต้นทุนการซ่อมบำรุง การต่อทะเบียนประกันภัย ภาษี และการจัดรถยนต์ทดแทนให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ธุรกิจมีความซับซ้อน จึงต้องบริหารจัดการต้นทุนผันแปรได้ดี ส่งผลให้คู่แข่งในตลาดไม่มากนัก และแม้ว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งได้เริ่มเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่เนื่องจากธนาคารจะมีข้อจำกัดในการบริหารความเสี่ยงด้วย จึงไม่สามารถทำรถยนต์เช่าแบบเต็มตัวได้ นอกจากนี้ KCAR ยังมีต้นทุนต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากจัดซื้อรถคราวละมาก ๆ และมีความชำนาญในการซ่อมบำรุงและการจัดการ ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ 1 ใน 3

                          ปัจจุบันความต้องการใช้รถยนต์ใหม่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงความต้องการรถยนต์เช่าด้วย แต่ก็มีลูกค้าใหม่บางรายที่หันมาใช้รถยนต์เช่าแทนเพื่อบริหารงบประมาณ จึงเชื่อว่าธุรกิจเช่ารถจะยังขยายตัวได้ 1-5% ในปีนี้

                          สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ KCAR ตั้งเป้าขยายตัวให้ได้มากกว่าอุตสาหกรรม และยังเตรียมขยายงานของธุรกิจจำหน่ายถยนต์ใช้แล้วของบริษัทที่ยังมีช่อง ว่างในตลาดเพิ่มเติม และอาจปรับลดต้นทุนบางส่วน เพื่อให้ขยายตัวได้อย่างมีคุณภาพ

                         นายพิเทพกล่าวว่า ในปีนี้ KCAR จะซื้อรถเพิ่มอีกกว่า 1,500 คัน หรือลงทุนรวม 1.2 – 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามีสภาพคล่องเพียงพอ และอาจใช้วงเงินจากสถาบันการเงินบางส่วน โดย KCAR ได้รับคำสั่งเช่าล่วงหน้ามาแล้ว ซึ่งการจัดซื้อรถใหม่ ก็จะสร้างกำไรให้บริษัทได้เพิ่มขึ้น

                          ในปีนี้ KCAR อาจลดการจ่ายปันผลเหลือเพียง 30% ของกำไรสุทธิจากเดิมที่ 60% ของกำไรสุทธิ เพื่อสำรองเงินไว้ในการลงทุนเพื่อสร้างการขยายตัว ในภาวะที่สภาพคล่องในตลาดไม่ดีนัก และในปัจจุบัน KCAR มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) 2.5 เท่า ซึ่งถือว่าไม่สูง เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุน โดยผู้ประกอบการรายอื่นอยู่ที่ 5-6 เท่า นอกจากนี้ การที่ KCAR ได้คัดเลือกลูกค้า และจำกัดการเช่าบางรายด้วย ทำให้แทบจะไม่มีหนี้เสียในธุรกิจ

                           นายพิเทพกล่าวว่า KCAR อาจชะลอการออกหุ้นกู้ไป เพราะมองว่าในภาวะดอกเบี้ยที่ถูกลงนั้น ผู้ซื้อจะให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่มีชื่อเสียงมากกว่า และยังได้เปิดโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ยังไม่รีบร้อน เพื่อให้ได้พันธมิตรที่มาเสริมการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้

                            นายพิเทพกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรถเช่ายังไม่อิ่มตัว หรือมีอัตราการเช่าเพียง 10% ของตลาดรถรวม โดยองค์กรหลายแห่ง ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและ เอกชน จำนวนมากยังไม่เคยใช้รถเช่า แม้ว่าต้นทุนถูกกว่าการซื้อรถใหม่ก็ตาม ซึ่ง KCAR ยังได้เตรียมกลยุทธ์มาดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้นด้วย

มุมมองของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ :

บริษัท สมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์คาดการณ์ว่า ในระยะนี้ผู้บริโภคได้หันมาเช่ารถยนต์แทนการซื้อมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อ KCAR ด้วย โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการารายใหญ่เพียง 5 ราย และ KCAR มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์จำหน่ายเอง จึงไม่ต้องพึ่งพาคนกลาง ทำให้น่าจะได้รับประโยชน์ด้วย อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทได้



กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

rent a car Bangkok,rent a car Thailand : รถเช่า เช่ารถ เช่ารถยนต์ บริการรถเช่า ที่กรุงไทยคาร์เร้นท์ ทางเลือกสำหรับ รถเช่า เช่ารถ สะดวกสบาย ในการเช่ารถ หรือ หารถเช่า ยกภาระให้มืออาชีพ สำหรับการหารถเช่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น