วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กรุงไทยคาร์เร้นท์ เน้นบริการ+CRM


กรุงไทยคาร์เร้นท์ เน้นบริการ+CRM


กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ ปรับกลยุทธ์การตลาด ปี 2546 เน้นงานบริการควบกิจกรรม CRM มาแทนกลยุทธ์แข่งขันราคา มุ่งขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มรถเช่าระยะสั้น พร้อมเปิดตลาดต่างจังหวัด ทุ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์กว่า 10 ล้านบาท
ส่วนแผนระยะยาวนอกจากจะมุ่งไปที่รถเช่าระยะสั้นแล้วยังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายให้ลูกได้มีโอกาสเข้ามาทดลองใช้บริการด้วย โดยใช้ระบบสมาชิกเข้ามาเป็นจุดเรียกความสนใจ จากนั้นจะปรับโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับลูกค้าสวนกระแสตลาดในช่วงเทศกาล ซึ่งส่วนนี้จะส่งผลโดยตรงทำให้ค่าเช่าถูกลง เช่น เช่าหนึ่งวันแถมหนึ่งวัน หรือเช่ารถขนาดเล็กแต่นำรถรุ่นใหญ่กว่าให้ลูกค้าไปใช้งานในราคารถเล็ก เป็นต้น
“การให้เช่ารถระยะยาวจะมีรถให้บริการลูกค้าทุกรุ่นตามความต้องการของลูกค้า ส่วนรถเช่าระยะสั้นจะเป็นกลุ่มรถตลาด เช่น โตโยต้า อัลติส, นิสสัน ซันนี่ นีโอ, มิตซูบิชิ ซีเดีย และฮอนด้า ซีวิค แต่จะเพิ่มรุ่นต่างๆ ให้มีความหลากหลายมากกว่าคู่แข่งเป็นการสร้างความแตกต่างเพื่อแข่งขันในตลาด”
ในปี 2546 บริษัทฯมีแผนที่จะขยายตลาดรุกไปสู่ตลาดรถเช่าระยะสั้น โดยจะเริ่มปูพื้นฐานไปจากกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจะมีการขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด เน้นเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ที่ผ่านมาธุรกิจหลักของบริษัทฯ เป็นรถเช่าระยะยาวมีสัดส่วนประมาณ 85% ส่วนรถเช่าระยะสั้นมีสัดส่วนประมาณ 15% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 12% จากรายได้ในปี 2545 ประมาณ 430 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุที่นำกลยุทธ์ด้านบริการมาเป็นธงนำ มาจากต้องการให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด และจะไม่ก่อให้เกิดแข่งขันกันดัมพ์ราคา เนื่องจากต้นทุนดำเนินการทั้งหมดนั้นบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในระยะยาวจะไม่เกิดผลดีกับธุรกิจรถเช่าโดยรวม และจะไม่เน้นเปิดสาขาในกรุงเทพฯมากเนื่องจากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่เป็นองค์กรที่เช่าระยะยาวที่เป็นลูกค้าหลักมากกว่า
นอกจากนี้ยังจะใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งจะเน้นไปที่สื่อนิตยสาร และเว็บ ไซต์ต่างๆ ส่วนหนึ่งจะโฆษณาเจาะเข้าหาลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยจะใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ จะมาจาก รัฐ-วิสาหกิจ, หน่วยงานราชการ, บริษัทเอกชนชั้นนำ และบุคคลทั่วไปเช่าระยะสั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว รถยนต์ที่ลูกค้านิยมจะเป็นกลุ่มรถยนต์ปฏิบัติการขนาดเล็ก
“ตลาดรถเช่าในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจ และผลประโยชน์จากการเช่า ที่สำคัญคือ อัตราค่าเช่ารถที่ลดลงทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นองค์กรเริ่มมาใช้บริการรถเช่าแทนการซื้อ ในอนาคตแนวโน้มอัตราเติบโตของตลาดรวมจะไม่สูงมาก จะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมาอัตราค่าเช่ารถลดลงประมาณ 30-40% และราคารถยนต์ใหม่ก็ปรับราคาสูงขึ้น คาดว่าตลาดรวมจะเติบโตไม่เกิน 8% ที่จริงน่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่านี้”
นายพิชิต กล่าวต่อไปว่า ในปี 2546 แนวโน้มอัตราค่าเช่ารถจะลดลงมาอีก เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่ดุเดือด และผู้บริโภคก็หันมาซื้อรถมือสองมากขึ้น ส่งผลโดยตรงทำให้ราคาซากรถสูงขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้บรรดาผู้ประกอบการลดราคาค่าเช่าลงมาแข่งขันในตลาด บริษัทเองต้องควบคุมการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อควบคุมต้นทุนในการดำเนินงาน
โดยอัตราการเติบโตของธุรกิจรถเช่ายังอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากสภาพการแข่งขันเปลี่ยนไป จะเห็นได้ว่าในอดีตจะไม่ใช้เกณฑ์ด้านราคามาเป็นกลไกการแข่งขัน เพียงอย่างเดียว จะมีการบริการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่ใช้เกณฑ์ด้านราคาเข้ามาแข่งขันในตลาดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการประเมินค่าซากรถยนต์ในราคาค่อนข้างสูงเกินความเป็นจริง
“จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจรถเช่าในปัจจุบัน ได้มีการประเมินค่าซ่องบำรุงรถต่ำเกินไป ด้วยความเชื่อที่ว่า รถที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นจะมีอัตราการเสียน้อยลง แต่ในความเป็นจริง รถที่มีเทคโนโลยีสูงจะเสียง่ายขึ้น และซ่อมบำรุงยาก ส่งผลให้การคำนวณต้นทุนดำเนินการผิดพลาด ซึ่งค่าเช่าจะสูงหรือต่ำอยู่ที่การประเมินราคาค่าซ่อมเป็นหลัก”
ภาพรวมของตลาดรถเช่านั้นผู้ประกอบการจะมองภาพในแง่บวก ประเมินค่าซากสูงเกินไป และในปีนี้ ภาพรวมของราคาค่าซากจะลดลง เนื่องจากแนวโน้มราคารถใหม่จะไม่ปรับราคาไปมากนัก อีกประมาณ 2-3 ปี หรือองค์การการค้าโลก (WTO) มีผลบังคับราคารถยนต์จะตกลงมาอีกครั้ง พร้อมกับราคาที่จะกลับมาสู่ภาวะความเป็นจริงอีกครั้ง
แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยเพรสทีจ เร้นท์ อะคาร์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถเช่าในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้น ทุกค่ายจึงหันมาใช้กลยุทธ์ดัมพ์ราคาค่าเช่ารถมาแข่งขันในตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลค่อนข้างดีในเวลารวดเร็ว แต่ปัญหาของธุรกิจอยู่ที่การพิจารณาอนุมัติการเช่าสำหรับลูกค้าแต่ละรายที่ยังเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ทางด้านรถที่ลูกค้ามีความต้องการสูงยังเป็นรถตลาดทั่วไป และต้องการใช้สูงในเทศกาลต่างๆ
แหล่งข่าวจากนักวิชาการด้านการตลาด กล่าวว่า ธุรกิจรถเช่าที่ดำเนินธุรกิจในตลาดอย่างต่อเนื่องยาวนานมีจำนวนไม่มากนัก เพราะรูปแบบธุรกิจไม่แน่นอนตายตัว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เข้าสู่ธุรกิจได้ง่าย บางรายขาดประสบ-การณ์เมื่อไม่ประสบความสำเร็จก็ออกจากธุรกิจไป ทำให้กลยุทธ์การตลาดด้านราคาเป็นที่ยอดฮิต มีบางค่ายพยายามนำกลยุทธ์การให้บริการเข้ามาใช้ แต่ก็ไม้ได้ผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

รถเช่ากำไรอยู่ที่มูลค่าซาก

ธุรกิจรถเช่าโดยภาพรวมมีรถอยู่ในระบบประมาณ 16,000-20,000 คัน มีมูลค่าตลาดประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท จำนวนดังกล่าวไม่รวมรถเช่าขององค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน ถ้าเป็นบริษัทของคนไทย กรุงไทยคาร์เร้นท์ จะติดอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 ซึ่งมีจำนวนรถเช่าอยู่ประมาณ 2,500 คัน ขณะที่ เพชรบุรีคาร์เร้นท์ ผู้ประกอบการคนไทยมีรถเช่าอยู่ในมือประมาณ 1,500 คัน
สภาพของตลาดรถเช่ามีผู้ประกอบการ สนใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ลักษณะพิเศษของธุรกิจรถเช่าจะมองเห็นกำไรหรือขาดทุนเมื่อขายซากรถออกไป ในอดีตธุรกิจยังมีกำไรจากการเช่าอยู่บ้างแม้จะไม่มากนัก เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาค่าเช่าลดลงทุกปีทำให้สภาพตลาดเปลี่ยนไป ปีที่ผ่านสภาพการแข่งขันในตลาดก็เปลี่ยนไปมากทำให้ผู้ประกอบการต้องควบคุมรายได้ให้พอดีกับค่าใช้จ่ายภายในองค์กร
ดังนั้น มีนักธุรกิจหลายรายที่เข้ามาสู่ ตลาดที่มีการคำนวณต้นทุนไม่ถูกต้อง และควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ดีจะอยู่ในตลาดได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเข้ามาสู่ตลาดที่สุดก็ต้องปิดตัวไปเนื่องจากขาดประสบการณ์
ในตลาดรถเช่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ รถเช่าระยะสั้น และรถเช่าระยะยาว สำหรับกรุงไทยคาร์เร้นท์ เป็นธุรกิจรถเช่าแบบผสม ดังนั้นเมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนไป บริษัทฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับความเป็นจริงด้วยการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่มากขึ้น

สรชท.สร้างมาตรฐานบริการ

สำหรับคณะกรรมการสมาคมรถเช่าไทย (สรชท.) องค์กรกลางสำหรับผู้ประ-กอบการธุรกิจรถเช่าในประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรฐานการให้บริการของสมาชิก เมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อสร้างมาตรฐานบริการ โดยมีนายนที วรรธนะ-โกวินท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แจแปนเร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับนางแน่งน้อย บุญยะสาระนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ อินเตอร์ลิสซิ่ง จำกัด และนายอลัน เดวิดสัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คลาส เร้นท์ อะคาร์ จำกัด ผู้ก่อตั้งสมาคมรถเช่าไทย (สรชท.) เป็นแกนนำ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ปรับปรุงงานบริการรถเช่าให้มีคุณภาพและสร้างมาตรฐานให้แก่รถเช่า ภายใต้สโลแกน “สร้างมาตรฐานใหม่ ใส่ใจผู้ใช้บริการ” และสร้างกฎระเบียบในวิชาชีพให้แก่สมาชิกผู้ประกอบรถเช่า เพื่อเป็นองค์กรกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสมาชิก และผู้ใช้บริการรถเช่า
นอกจากนี้ยังส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ทางสังคม ผู้ใช้บริการรถเช่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ทั้งระยะสั้นระยะยาวให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจในความปลอดภัยของรถยนต์ที่เช่า จะได้ราคาค่าเช่าและข้อกำหนดที่เป็นธรรม ภายใต้สัญญาเช่ามาตรฐานของสมาคม
ส่วนแผนงานในอนาคต สมาคมฯ มี โครงการที่จะดำเนินการในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมรถเช่าให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจถึงการบริการรถเช่าของสมาชิก สมาคม ทั้งยังจะมีการจัดอบรมพนักงานขับรถยนต์ให้กับสมาชิก เพื่อพัฒนามาตรฐานการทำงานของพนักงานขับรถให้ดียิ่งขึ้น ร่วมรณรงค์ และประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับ เพิ่มความปลอดภัย ทั้งในส่วนของลูกค้าและพนักงานขับรถ

กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)

รถเช่าเช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailandรถยนต์เช่าเช่ารถยนต์รถเช่ารายปีรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวันบริการรถเช่าบริการเช่ารถรถเช่ากรุงเทพเช่ารถกรุงเทพรถเช่าขับเองเช่ารถขับเองรถยนต์ให้เช่ากรุงไทยคาร์เร้นท์carrentcarrentalkrungthaicarrent bangkokcarrent thailand, thailand thai bangkok car rental rent hire leasecar rental thailandauto hireauto leasingcar hirecar leasecar rent car rentaloperating leasekcarbangkokthaithailand

มองธุรกิจรถเช่าผ่านกรุงไทย คาร์เร้นท์ฯ

มองธุรกิจรถเช่าผ่านกรุงไทย คาร์เร้นท์ฯ


 ตลาดรถเช่านับวันจะมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม และคาดว่าในปีนี้จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 % จากปี 2547 หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน 35,000 ล้านบาท
       ทุกวันนี้รถเช่าแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ1.รถเช่าสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ 2. รถบรรทุก เช่น รถ 10 ล้อ รถน้ำมัน รถปูน และ 3. รถเช่าทั่วไป เช่น รถประจำตำแหน่ง ,รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งรถเช่าในประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ1.รถเช่าระยะสั้น จะเป็นลักษณะเพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ 60 % 2. รถเช่าระยะยาว 40% เป็นรถเช่าสำหรับองค์กร บริษัทต่าง ๆ โดยประเภทหลังนี้มีการขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากองค์กรสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ทำธุรกิจรถเช่าทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว และทางผู้จัดการ “มอเตอริ่ง” ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ ถึงการดำเนินธุรกิจรถเช่าของบริษัทฯ
นายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด(มหาชน)
       ขอทราบประวัติความเป็นมา
       
เราดำเนินธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ประเภทต่าง ๆแก่ลูกค้า ทั้งที่เป็นบุคคลทั่วไป นิติบุคคลชั้นนำ และองค์กรรัฐวิสาหกิจ มากว่า 2 ทศวรรษ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน ธุรกิจของเราได้เติบโตอย่างมั่นคงจนมีจำนวนรถยนต์ให้เช่ากว่า 3,000 คัน และได้มีการพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้เรายังทำการฝึกอบรมพนักงานของเราเพื่อให้พร้อมเสมอสำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    
       ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่จะได้รับจากการเช่า
       ในแง่ของการเช่ารถแบบระยะยาวตามขององค์กรต่าง ๆ อย่างแรกคือ1. เพิ่มกระแสเงินสด จากการที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องนำเงินมาลงทุนซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมาก 2. ปรับปรุงสถานภาพของงบทางการเงินด้วยการลดมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตราส่วนของรายได้ต่อสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น และ 3. เพิ่มผลกำไรให้แก่ธุรกิจของท่าน เนื่องจากพนักงานของลูกค้าสามารถมุ่งใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางได้เต็มที่ ทำให้โอกาสสูญเสียทางธุรกิจลดลง สุดท้ายคือเพิ่มศักยภาพในการทำงานของพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ทำให้จัดการบริหารรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
       จุดเด่นของกรุงไทยคาร์เร้นท์
       มีรถยนต์ให้เช่ากว่า 3,000 คัน เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ มีเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 250 แห่ง รวมถึงการให้บริการนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านซ่อมบำรุงหรือรับแจ้งความเสียหาย เช่น ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนเพียงแค่โทรมาแจ้งความต้องการรถยนต์ ทางบริษัทก็จะส่งรถไปให้ได้ทันที ส่วนเรื่องการคุ้มครองประกันภัยก็เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ อาทิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทนิวแฮมเชอร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)ในเครือ เอไอเอ ทำให้มั่นใจ ปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ และจะตรวจสภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบและหลังซ่อมตัวถังทุกครั้ง มีทั้งศูนย์ประสานงานและบริการซ่อมฉุกเฉิน 24 ชม. ภายในเขต กทม.และปริมณฑล ส่วนลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยให้กับพนักงานมากขึ้น ทางบริษัทก็จัดอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยตามที่ลูกค้าร้องขอ
    
       ค่าใช้จ่ายในการเช่า แพงหรือไม่
       
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเช่ารถยนต์ และจำนวนรถยนต์ที่ต้องการเช่า รวมถึงยี่ห้อรถยนต์ที่ต้องการมากกว่า ซึ่งลูกค้าจะเป็นคนเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนที่เป็นค่ารถเช่าเท่านั้น โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆที่เหลือ เช่นค่าจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนรถ ค่าธรรมเนียมประกันภัย ค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการจัดหารถยนต์ทดแทน เป็นต้น ทางด้านราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ราคาจะไม่นิ่งตลอดสัญญาเช่าแน่นอน
    
       มีรถยนต์ประเภทใดบ้างที่ให้เช่า
       ประเภทรถยนต์แบ่งเป็น รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถสปอร์ตอเนกประสงค์ เป็นต้น
       -สภาพรถยนต์ : จะมีทั้งป้ายแดง และรถยนต์สภาพดีที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี
       -รถยนต์ทุกคันได้รับความคุ้มครองประกันภัยชั้น 1 รวมถึงการเช่าระยะสั้นและระยะยาว : รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนหรือรายปี
       -การให้เช่ารถยนต์เปล่าหรือพร้อมพนักงานขับรถสามารถเลือกได้
       กลุ่มลูกค้าเป็นใครบ้าง
       
เราเจาะลูกค้าที่เป็นบริษัทต่างชาติ หรือเอกชนไทย ขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการตัดภาระด้านการซ่อมบำรุงรถยนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เราก็ทำให้อยู่หลายบริษัท เช่น ทศท. ใช้รถที่เช่าจากบริษัทเราจำนวน 400 กว่าคัน หรือที่ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ก็มี 30 กว่าคัน ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทจะเป็นการให้เช่ารถระยะยาว 1-3 ปีมากกว่าการเช่ารถระยะสั้น เพราะว่าจะต้องรู้จักลูกค้าดีในระดับหนึ่ง รวมถึงต้องพิจารณาเครดิตทางการเงินของลูกค้าด้วย ปัจจุบันลูกค้าของกรุงไทยคาร์เร้นท์มีประมาณ 300 กว่าองค์กร
    
       กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์
       บริษัทมีแผนงานอยู่แล้วที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ซี่งขณะนี้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ (Initial Public Offering : IPO)จำนวน 50 ล้านหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือคิดเป็น 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีมูลค่าหุ้นละ 1 บาทโดยชื่อย่อใช้ชื่อว่า KCAR โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าทำการซื้อขายในไตรมาสที่ 2 ปี 48 มีบริษัทหลักทรัพย์ ซีมีโก้ จำกัด(มหาชน)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
       โดยวัตถุประสงค์หลักในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็เพื่อระดมเงินทุนมาชำระหนี้ระยะสั้นบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการธุรกิจ ซึ่งเราต้องลงทุนไปเดือนละกว่า 1,000 ล้านบาท
    
       อนาคตมีแผนขยายธุรกิจ
       จะขยายธุรกิจรถมือสองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็ขายรถมือสองควบคู่ไปกับการเช่ารถอยู่แล้ว เพราะต้องหมุนเวียนรถเก่าที่อายุการใช้งานประมาณ 4 ปีขายออกไป ทั้งขายปลีกและขายส่งลูกค้าตามเต้นท์รถยนต์ปีละ 700-1,000 คัน และในอีก 4 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1,000 โดยเราขายรถมือสองในราคาเฉลี่ยคันละ 400,000 บาท/คัน

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9480000060181


กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)

รถเช่าเช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailandรถยนต์เช่าเช่ารถยนต์รถเช่ารายปีรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวันบริการรถเช่าบริการเช่ารถรถเช่ากรุงเทพเช่ารถกรุงเทพรถเช่าขับเองเช่ารถขับเองรถยนต์ให้เช่ากรุงไทยคาร์เร้นท์carrentcarrentalkrungthaicarrent bangkokcarrent thailand, thailand thai bangkok car rental rent hire leasecar rental thailandauto hireauto leasingcar hirecar leasecar rent car rentaloperating leasekcarbangkokthaithailand

Cover Story: กรุงไทยคาร์เร้นท์

Cover Story: กรุงไทยคาร์เร้นท์ : พิเทพ จันทรเสรีกุล : The Great Motto (Marketeer/05/51) 
Cover Story


เรื่อง อรวรรณ บัณฑิตกุล The Young Marketeer
กรุงไทยคาร์เร้นท์
พิเทพ จันทรเสรีกุล
The Great Motto “เช่าดีกว่าซื้อ               
รถเช่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เติบโตขึ้นอย่างเงียบๆสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในบ้านเรา ทั้งอินเตอร์แบรนด์ และแบรนด์ท้องถิ่นรายใหม่ๆที่ขยายตัวเพื่อเข้ามาร่วมแบ่งเค้กชิ้นนี้
                ประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 26 ปี ของบริษัทกรุงกรุงไทยคาร์เร้นท์แอนด์  ลีส จำ กัด (มหาชน) แบรนด์รถเช่ารายใหญ่ของเมืองไทย กำลังถูกต่อยอดและสร้างความเข้มแข็งด้วยวิธีคิดของคนรุ่นทายาทด้วยการบริหารรถเช่าประมาณ 5 พันคัน และเปิดบริษัทใหม่อย่างต่อเนื่องครบวงจร ทั้งดีลเลอร์ขายรถใหม่และขายรถยนต์มือ 2
                ไพฑูรย์  จันทรเสรีกุล ประธานบริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์แอนด์  ลีส จำกัด (มหาชน) เริ่มธุรกิจเมื่อ 26 ปีก่อน ด้วยการเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปและรถแท็กซี่  ก่อนจะขยายกิจการเป็น บริการรถให้เช่าระยะสั้น ประมาณ20 คัน
                ตลาดรถเช่าต้องใช้เวลาอย่างมากในการขยายตัว เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญและยังไม่เห็นจุดแตกต่างระหว่างการซื้อกับการให้เช่ารถยนต์


จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ


            เมื่อประมาณปี 2537 หลัง ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ยุคบูมของธุรกิจในช่วงนั้นทำให้ ธุรกิจรถเช่าเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น  พร้อมๆ กับมีผู้ลงมาทำธุรกิจนี้  มากขึ้นแบ่งออกเป็น  กลุ่มใหญ่คือ
1.เชนอินเตอร์จากต่างประเทศ เช่น แจแปนเร้นท์จากประเทศญี่ปุ่น   เอวิส จากอเมริกา
2. เป็นบริษัทในบ้านเราที่ยังมีขนาดใหญ่ เช่น กรุงไทย คาร์เร้นท์ ลุมพินี คาร์เร้นท์ และ พรีเมียร์ คาร์เร้นท์ เป็นต้น
3. เป็นบริษัทรถเช่าห้องแถวขนาดเล็กที่มีจำนวนรถเช่าไม่มาก ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว                ในช่วงนั้นเองที่พิเทพ จันทรเสรีกุล  กรรมการผู้จัดการของบริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์แอนด์  ลีส จำกัด (มหาชน) ลูกชายคนโตของไพฑูรย์ เข้ามารับผิดชอบในการบริหารงานอย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นยุคที่ กลุ่มลูกค้า จากคนเช่าทั่วไป เริ่มเปลี่ยนไปเป็นบริษัทเอกชนขยายไปยังกลุ่มของรัฐวิสาหกิจ  รวมทั้งลูกค้าในบริษัทต่างชาติ     


ตอนนั้นเรา ห็นแล้วว่าวิธีคิดของผู้บริหารรุ่นใหม่เปลี่ยนไป พวกเขาเข้าใจข้อดีของรถเช่ามากขึ้น เพราะการเช่ารถจะไปตอบโจทก์เรื่องควบคุมต้นทุนของบริษัท เรื่องของภาษี และงบประมาณ  ไม่ต้องมายุ่งในเรื่องของค่าบำรุงรักษารายปี การซ่อม การเช็คระยะ การจัดการกับรถเก่าที่ต้องเปลี่ยนเป็นรถมือสอง เรื่องของประกันภัยต่างๆ ตัดไปให้เป็นภาระของริษัทรถเช่าหมด
วิธีการสื่อสารกับผู้คนในยุคนั้นจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการโฆษณามากนัก หวังผลแบบปากต่อปาก รวมทั้ง  ทำไดเร็กเมล์บ้าง พร้อมๆกับตลาดโตขึ้น บริษัทรถเช่ารายอื่นใน เมืองไทยก็เริ่มบุกตลาดเข้ามาเช่น เดียวกับอินเตอร์แบรนด์ที่เป็นที่รู้จัดีในเอเชีย ในยุโรป ที่เริ่มขยายสาขาเข้ามาบุกคลาดในเมืองไทย


กระโดดเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อปักธงสร้างแบรนด์


 พิเทพบอกว่าปัจจัยความสำเร็จของการทำธุรกิจรถเช่ามี 3 อย่างคือต้องบริหารจัดการเรื่องต้นทุนให้ดี มีการบริการที่ดีทั้งศูนย์ซ่อม ศูนย์ บริการ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แบรนด์ก็จะเกิดขึ้นตามมา การบริการแบรนด์ให้ต่อเนื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
เขาเลือกที่จะกระโดดเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อปักธงสร้างแบรนด์
เมื่อเป้าหมายหลักขอ งบริษัทคือลูกค้าขององค์กรรายใหญ่ การตัดสินใจเข้าไปเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2548  พิเทพมั่นใจว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ผมมองว่าเป้าหมายในการทำธุรกิจคือเรื่องของความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นกับการขยายตลาดต้องไปด้วยกัน การที่เราเป็นบริษัทมหาชน ทำให้เกิดความเชื่อมั่น เราเลยขยายตลาดได้ง่ายขึ้น  เหมือนกับว่าเรามีสื่อทางอ้อม ผมว่านี่คือกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้บริษัทสามารถก้าวกระโดดขึ้นไปได้ สามารถสร้างสายสัมพันธ์กับองค์กรใหญ่ๆได้    ถึงแม้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ลูกค้าก็มั่นใจว่าบริษัทเราต้องได้มาตรฐานระดับหนึ่งแล้ว
พร้อมๆกันนั้นเขาก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างแบรนด์ไปพร้อมๆกัน
ผม จ้างบริษัทที่ปรึกษาในการสร้างแบรนด์ข้างนอกมาเริ่มวางแผน ให้ความสำคัญกันตั้งแต่เรื่องโลโก้ ที่ต้องการให้ดูทันสมัยมากขึ้น เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสดใส และทุกอย่างในเอกสารที่จะสื่อสารถึงลูกค้าเช่นโบชัวร์  ใบเสร็จรับเงิน เปลี่ยนเป็นโลโก้นี้ใหม่หมด เพื่อให้เขาจำชื่อเราได้มากขึ้น
กรุงไทยคาร์เร้นท์ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ พร้อมๆกับการเกิดขึ้นของบริษัทในเครือเช่น เป็นดีลเลอร์ของบริษัทโตโยต้ามอร์เตอร์ ประเทศไทย    บริษัทโตโยต้ากรุงไทย ยูสคาร์  ซื้อและจำหน่ายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง ทำให้ธุรกิจด้านรถยนต์ของบริษัทครบวงจร  
  พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ในเต้นท์ริมถนนรัชดาพิเษกคือที่ตั้งของบริษัทโตโยต้ากรุงไทย ยูสคาร์  ซึ่งปีหนึ่งๆรับรถที่บริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์ ตัดมาขายเป็นรถมือสองประมาณ  6-700 คัน    
ตอนนี้ยูสคาร์ของเราเป็นปีที่ 2 ผมอยากบอกว่าเราขายดีเป็นอันดับต้นๆในประเทศไทยเพราะคนเชื่อว่ามาจากรถเช่าที่บริหารจัดการที่ดีของกรุงไทย ปีทีแล้วรายได้ประมาณ 100 กว่าล้านจำนวน 1,100คันในปีที่ผ่านมา 


ช่องทางใหม่ๆของตลาดรถเช่า
     พิเทพบอกว่าพยายามขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยมองไปยังกลุ่มที่ไม่เคยเข้าไปเจาะ อย่างนิคมอุตสาหกรรม  รวมทั้งมองแผนงานใหม่ๆทางด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แบรนด์ของบริษัทคุ้นเคยกับกลุ่มลูกค้าทั่วไปมากขึ้น
 ปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่นั้นบริการรถยนต์เช่าดำเนินงาน (Operating Lease)มากถึง 95% ลูกค้ารายใหญ่เช่นบริษัท ทีโอที แห่งประเทศไทย ธนาคาร ไทยพาณิชย์  และที่เหลือเป็นรถยนต์เช่าระยะสั้น (รายวัน-สัปดาห์-เดือน)ราว5% โดยจะมีรถเช่าในกลุ่มดังกล่าวให้บริการจำนวน 100 คัน
จากทุกแผนงานจะทำให้เขามั่นใจว่าปีนี้จะมีรายได้รวมเกิน 1,000 ล้านบาท โต 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สูงกว่าการขยายตัวของตลาดที่ปีนี้น่าจะอยู่ประมาณ 10%


 ล้อมกรอบ
พิเทพ จันทรเสรีกุล 
กรรมการผู้จัดการของบริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์แอนด์  ลีส จำกัด (มหาชน)
อายุ :                37 ปี 
การศึกษา :        ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
                             ปริญญาโท สาขาการเงิน Seattle University สหรัฐอเมริกา
Lifestyle:            ว่างไม่ได้ชอบรวมก๊วนเพื่อนเก่าไปตีกอล์ฟ
Crazy in brand 
กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

รถเช่า, เช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailand, รถยนต์เช่า, เช่ารถยนต์, รถเช่ารายปี, รถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่า, บริการเช่ารถ, รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ, รถเช่าขับเอง, เช่ารถขับเอง, รถยนต์ให้เช่า, กรุงไทยคาร์เร้นท์, carrent, carrental, krungthai, carrent bangkok, carrent thailand, thailand thai bangkok car rental rent hire lease, car rental thailand, auto hire, auto leasing, car hire, car lease, car rent , car rental, operating lease, kcar, bangkok, thai, thailand

KCAR ฟุ้งยอดรถเช่าพุ่งรับศก.ซบหนุนรายได้โต 10%

KCAR ฟุ้งยอดรถเช่าพุ่งรับศก.ซบหนุนรายได้โต 10%

แหล่งข่าวจากบริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เปิดเผยว่า KCAR ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 1,450 ล้านบาท ส่วนกำไรน่าจะเติบโตใกล้เคียงปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ 227 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ประชาชนหันมาเช่ารถยนต์เพิ่มขึ้นแทนการซื้อรถยนต์ใหม่ ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตร มาส 1/2551 คาดการณ์ว่า น่าจะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 339 ล้านบาท โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา KCAR ยังไม่พบข้อมูลที่ผิดปกติ ซึ่งในส่วนของลูกค้าก็ยังมีการใช้รถยนต์เช่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก็ได้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าในกลุ่มส่งออก ประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้มีนัยสำคัญ เนื่องจาก KCAR มีสัดส่วนลูกค้ากระจายในทุกกลุ่ม แต่ทั้งนี้ KCAR ก็จะไปมุ่งเน้นในส่วนของกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

'วิกฤต ที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นโอกาสของธุรกิจ ซึ่งตลาดรถเช่าเริ่มจะเห็นประโยชน์ เพราะองค์กรต่างๆก็จะหันมาใช้รถยนต์เช่ากันมากขึ้น เพื่อถือเงินสดในมือ ขณะที่คู่แข่งขันก็ประสบปัญหาในการแข่งขัน ซึ่งเรามีความได้เปรียบในเรื่องของการบริหารต้นทุน โดยเรามีตัวแทนจำหน่ายและมีศูนย์บริการ ส่วนฐานลูกค้าเราก็มีอยู่มากที่สุดในตลาด ซึ่งมีมากกว่า 600 บริษัท ทั้งนี้คาดว่าอุตสาหกรรมรถเช่าในปีนี้ก็น่าจะเติบโต 5% จากปีก่อน' แหล่งข่าว กล่าว

กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

rent a car Bangkok,rent a car Thailand : รถเช่า เช่ารถ เช่ารถยนต์ บริการรถเช่า ที่กรุงไทยคาร์เร้นท์ ทางเลือกสำหรับ รถเช่า เช่ารถ สะดวกสบาย ในการเช่ารถ หรือ หารถเช่า ยกภาระให้มืออาชีพ สำหรับการหารถเช่า

KCARเปิดทางต่างชาติเข้ามาร่วมทุนสัดส่วน 20-40%


นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บมจ.กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส(KCAR)  เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทต่างชาติ 1 แห่งเพื่อเข้ามาร่วมกิจการเช่ารถยนต์ โดยพร้อมจะเปิดทางให้เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 20-40% แต่อาจยังต้องใช้เวลาอีกค่อนข้างนาน เนื่องจากภาวะปัจจุบันไม่เอื้อต่อการตกลงราคาหุ้น
         "บริษัทนี้จะสามารถเข้ามาต่อยอดของบริษัทได้ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ การขายหุ้นจะได้ราคาหุ้นไม่ดีเท่าที่ควร เชื่อว่าปีนี้คงไม่ได้ข้อสรุปควบรวมกิจการ" นายศักดิธัช กล่าว
         สำหรับผลประกอบการในปี 52 บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโตของรายได้มากกว่าอุตสาหกรรมการให้เช่ารถยนต์และขายรถยนต์ที่ที่คาดเติบโตประมาณ  1-5% โดยบริษัทจะมีจำนวนรถยนต์ให้เช่าใหม่มากกว่า 1,900 คัน จากในพอร์ตที่มีประมาณ 6,000 คัน และ มีอัตราการเช่ารถยนต์ 90% และปีนี้คาดว่าจะขายรถยนต์ได้มากกว่า 1,000 คัน เนื่องจากจะมีรถยนต์ที่จะครบอายุการให้เช่า และจะนำออกมาขายเป็นรถมือสองจำนวน 1,300 คัน
         นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนซื้อรถใหม่เพื่อเช่าจำนวน 2,000 คัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 พันล้านบาท โดยแหล่งเงินประมาณ  70-80% จะมาจากเงินกู้สถาบันการเงินที่เหลือมาจากผลประกอบการของบริษัท ขณะที่เดิมบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ แต่ตอนนี้ยกเลิกแผนออกหุ้นกู้ เพราะภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยจึงต้องหันไปใช้เงินกู้แทน
         "ปีนี้ เรามั่นใจว่ารายได้เราจะโตขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากองค์กรต่างๆ มา outsource รถยนต์มากขึ้น มากกว่าลงทุนซื้อรถเอง เพราะต้นทุนสูง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อตัวบริษัทหรือ ไม่ เพราะกลุ่มบริษัทขายรถยนต์ใหม่ก็ได้รับผลกระทบไปแล้ว"นายศักดิธัช กล่าว
         สำหรับในปี 52 คาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลใกล้เคียงกับปีก่อนที่จ่าย 0.25 บาทต่อหุ้น ส่วนปัญหาสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นมีการกระจายอยู่ในตลาด 25% และผู้ถือหุ้นถือ 75% จึงทำให้หุ้นไม่ค่อยมีการหมุนเวียน แต่หากมีข้อสรุปเรื่องพันธมิตร อาจจะทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นและอาจจะทำให้สภาพคล่องในตลาดดีขึ้น



กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

rent a car Bangkok,rent a car Thailand : รถเช่า เช่ารถ เช่ารถยนต์ บริการรถเช่า ที่กรุงไทยคาร์เร้นท์ ทางเลือกสำหรับ รถเช่า เช่ารถ สะดวกสบาย ในการเช่ารถ หรือ หารถเช่า ยกภาระให้มืออาชีพ สำหรับการหารถเช่า

กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส ( KCAR) บริการรถเช่า ลุ้นโต


                          นายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส ( KCAR) กล่าวผ่านรายการ Stock in Focus ว่า รายได้หลักของ KCAR กว่า 95% มาจากการเช่ารถระยะยาว โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กร สัญญาเช่าเฉลี่ยประมาณ 3 ปี ทั้งพอร์ตมีรถให้เช่า 5,700 คัน แบ่งเป็น รถยนต์ ขนาด 1,500 – 2,400 CC ประมาณ 50% นอกจากนั้น เป็นรถตู้และรถปิกอัพ ซึ่งรายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนรถ และค่าเช่าที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะคำนวณจากต้นทุน อัตราดอกเบี้ย และราคาขายต่อในอนาคต

                          นายพิเทพกล่าวว่า ธุรกิจเช่ารถยนต์จะมีต้นทุนการซ่อมบำรุง การต่อทะเบียนประกันภัย ภาษี และการจัดรถยนต์ทดแทนให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ธุรกิจมีความซับซ้อน จึงต้องบริหารจัดการต้นทุนผันแปรได้ดี ส่งผลให้คู่แข่งในตลาดไม่มากนัก และแม้ว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งได้เริ่มเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่เนื่องจากธนาคารจะมีข้อจำกัดในการบริหารความเสี่ยงด้วย จึงไม่สามารถทำรถยนต์เช่าแบบเต็มตัวได้ นอกจากนี้ KCAR ยังมีต้นทุนต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากจัดซื้อรถคราวละมาก ๆ และมีความชำนาญในการซ่อมบำรุงและการจัดการ ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ 1 ใน 3

                          ปัจจุบันความต้องการใช้รถยนต์ใหม่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงความต้องการรถยนต์เช่าด้วย แต่ก็มีลูกค้าใหม่บางรายที่หันมาใช้รถยนต์เช่าแทนเพื่อบริหารงบประมาณ จึงเชื่อว่าธุรกิจเช่ารถจะยังขยายตัวได้ 1-5% ในปีนี้

                          สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ KCAR ตั้งเป้าขยายตัวให้ได้มากกว่าอุตสาหกรรม และยังเตรียมขยายงานของธุรกิจจำหน่ายถยนต์ใช้แล้วของบริษัทที่ยังมีช่อง ว่างในตลาดเพิ่มเติม และอาจปรับลดต้นทุนบางส่วน เพื่อให้ขยายตัวได้อย่างมีคุณภาพ

                         นายพิเทพกล่าวว่า ในปีนี้ KCAR จะซื้อรถเพิ่มอีกกว่า 1,500 คัน หรือลงทุนรวม 1.2 – 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามีสภาพคล่องเพียงพอ และอาจใช้วงเงินจากสถาบันการเงินบางส่วน โดย KCAR ได้รับคำสั่งเช่าล่วงหน้ามาแล้ว ซึ่งการจัดซื้อรถใหม่ ก็จะสร้างกำไรให้บริษัทได้เพิ่มขึ้น

                          ในปีนี้ KCAR อาจลดการจ่ายปันผลเหลือเพียง 30% ของกำไรสุทธิจากเดิมที่ 60% ของกำไรสุทธิ เพื่อสำรองเงินไว้ในการลงทุนเพื่อสร้างการขยายตัว ในภาวะที่สภาพคล่องในตลาดไม่ดีนัก และในปัจจุบัน KCAR มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) 2.5 เท่า ซึ่งถือว่าไม่สูง เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุน โดยผู้ประกอบการรายอื่นอยู่ที่ 5-6 เท่า นอกจากนี้ การที่ KCAR ได้คัดเลือกลูกค้า และจำกัดการเช่าบางรายด้วย ทำให้แทบจะไม่มีหนี้เสียในธุรกิจ

                           นายพิเทพกล่าวว่า KCAR อาจชะลอการออกหุ้นกู้ไป เพราะมองว่าในภาวะดอกเบี้ยที่ถูกลงนั้น ผู้ซื้อจะให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่มีชื่อเสียงมากกว่า และยังได้เปิดโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ยังไม่รีบร้อน เพื่อให้ได้พันธมิตรที่มาเสริมการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้

                            นายพิเทพกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรถเช่ายังไม่อิ่มตัว หรือมีอัตราการเช่าเพียง 10% ของตลาดรถรวม โดยองค์กรหลายแห่ง ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและ เอกชน จำนวนมากยังไม่เคยใช้รถเช่า แม้ว่าต้นทุนถูกกว่าการซื้อรถใหม่ก็ตาม ซึ่ง KCAR ยังได้เตรียมกลยุทธ์มาดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้นด้วย

มุมมองของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ :

บริษัท สมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์คาดการณ์ว่า ในระยะนี้ผู้บริโภคได้หันมาเช่ารถยนต์แทนการซื้อมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อ KCAR ด้วย โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการารายใหญ่เพียง 5 ราย และ KCAR มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์จำหน่ายเอง จึงไม่ต้องพึ่งพาคนกลาง ทำให้น่าจะได้รับประโยชน์ด้วย อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทได้



กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

rent a car Bangkok,rent a car Thailand : รถเช่า เช่ารถ เช่ารถยนต์ บริการรถเช่า ที่กรุงไทยคาร์เร้นท์ ทางเลือกสำหรับ รถเช่า เช่ารถ สะดวกสบาย ในการเช่ารถ หรือ หารถเช่า ยกภาระให้มืออาชีพ สำหรับการหารถเช่า

กรุงไทยคาร์เร้นท์ เน้นจุดแข็ง "ครบวงจร"

กรุงไทยคาร์เร้นท์ เน้นจุดแข็ง "ครบวงจร" 
ครองตลาดรถยนต์เช่าเพื่อใช้ในองค์กรที่โตวันโตคืน

บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถเช่ามากว่า 28 ปี และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญและครองตลาดรถยนต์เช่าประเภทดำเนินงาน (Operating Lease) เพื่อใช้ในองค์กรต่างๆ โดยมีระยะเวลาสัญญา 1-5 ปี (โดยเฉลี่ย 3 ปี) โดยมีรถยนต์กว่า 5,700 คัน มั่นใจในจุดแข็งที่เป็นกลุ่มบริษัทในโมเดลที่ "ครบวงจร" ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน และส่งผลให้ลูกค้าสามารถมั่นใจในบริการและความคุ้มค่าตลอดระยะเวลาของสัญญา
     ความครบวงจรของ กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ คือ มีบริษัทในเครือเป็นดีลเลอร์ขายรถยนต์ใหม่ถึงสองบริษัทคือ โตโยต้า กรุงไทย และ บริษัท สยามนิสสัน กรุงไทย นอกจากนั้นยังมี บริษัท โตโยต้า กรุงไทย ยูสคาร์ จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้ว ภายใต้ชื่อ "โตโยต้า ชัวร์" โดยมีบริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ เป็นแกน ความครบวงจรนี้ทำให้กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ ได้เปรียบในการบริหารและประเมินการต้นทุนได้แม่นยำ ตั้งแต่ต้นทางจนจบกระบวนการของสัญญาเช่า นับจากการจัดซื้อรถ การซ่อมแซมดูแลรักษา การจัดหารถยนต์ทดแทน การต่อทะเบียน และทำประกันภัย เป็นต้น จนถึงขั้นตอนการขายเป็นรถยนต์ยูสคาร์เมื่อหมดสัญญาแล้ว
     คุณพิเทพ จันทรเสรีกุล Managing Director บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ เปิดเผยว่า "ในธุรกิจรถเช่านี้การบริหารต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเนื่องจากว่าการแข่งขันนั้นนอกจากเรื่องของบริการแล้วก็เป็นเรื่องของราคา ใครที่สามารถควบคุมต้นทุนในแต่ละช่วงได้และสามารถนำเสนอราคาที่ไม่แพงไปสู่ลูกค้าก็จะเป็นข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะเวลานี้เราเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ต้นทุนทางการผลิตเราเองก็เรียกว่า สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โครงสร้างของเราจึงมั่นใจได้ว่าจะตอบโจทย์ในเรื่องของต้นทุนได้ เมื่อมองในแง่ของรูปแบบธุรกิจ การที่เราเองมีบริษัทที่เป็นโมเดลแบบครบวงจร ในเรื่องของการซ่อมแซมดูแลรักษาต่างๆ เราก็จะมีความชำนาญ มีศูนย์ซ่อมด้วยตัวเอง มีทีมช่างเองโดยตรง ทีม Mobile Service, ทีม Call Center, ทีม Emergency Service มีครบหมดไม่ต้อง Outsource ออกไป ความต่อเนื่องฉับไวต่างๆ จึงทำได้เร็วขึ้น ในเรื่องการจัดซื้อรถเข้ามา การดูแลเรื่องสต๊อก การจัดซื้อรถรุ่นไหน จะมีการปรับเปลี่ยนโมเดล ออกแคมเปญอะไรต่างๆ เราก็จะรับรู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จนถึงการขายต่อเองนั้น เราก็มีส่วนของยูสคาร์รองรับการขาย ลูกค้าที่อยู่กับเราจึงได้รับการบริการแบบครบวงจร"
     ในปัจจุบันนั้นตลาดรถยนต์เช่าประเภทดำเนินงานเพื่อใช้ในองค์กร (Operating Lease) เป็นตลาดรถยนต์เช่าที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 70% ของรถยนต์เช่าทั้งหมด ส่วนตลาดเช่าระยะสั้นจะมีขนาดประมาณ 30% โดยตลาดรถยนต์เช่าประเภทดำเนินงานเพื่อใช้ในองค์กรนั้นมีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้น 10% ทุกๆ ปี เนื่องจากความคุ้มค่าที่มากกว่าการซื้อรถใหม่ และจากสภาพเศรษฐกิจที่องค์กรต่างๆ หันมา Outsource ในจุดนี้ และตลาดจะเติบโตอีกมาก จากภาคราชการและรัฐวิสาหกิจที่เปลี่ยนมาใช้การเช่าแทนการซื้อรถยนต์ใหม่ โดยทางกรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ให้มากกว่าการเติบโตของตลาด คือประมาณ 15% ทุกปี และมีแนวทางในการพัฒนาองค์กรทั้งด้านการเป็น Partnership กับลูกค้าตลอดระยะสัญญา ทำจากภายในองค์กรไปสู่ภายนอกองค์กรความเป็น Professional ในการทำธุรกิจเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ไปจนถึง dynamic ในการให้บริการอย่างกระตือรือร้น
    "การแข่งขันด้านราคามีผลในเบื้องต้น แต่พอลูกค้าได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในการใช้รถเช่าแล้ว ก็จะกลับกลายมาเป็นเรื่องของบริการ เพราะต้องดูแลกันตลอด 3 ปี การบริการจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เรื่องของ Brand จึงสำคัญกับการบริการที่ลูกค้าได้รับกลับมาที่คุ้มค่ากว่าโดยรวม เพราะ Brand ที่แข็งแกร่งก็จะสามารถให้บริการได้ตามสัญญาจนครบกำหนด" คุณพิเทพ กล่าวปิดท้ายเพื่อตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญ และมั่นคงในธุรกิจของกรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ มาอย่างยาวนาน


กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

กรุงไทยคาร์เร้นท์ บริการรถเช่า

กรุงไทยคาร์เร้นท์  บริการรถเช่า

Move Ahead. Go Together.
มุ่งไปข้างหน้า ก้าวไปพร้อมคุณ

   กว่า 3 ทศวรรษ ที่ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์  ผู้นำตลาดที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันธุรกิจรถเช่าได้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง จนจำนวนรถยนต์ให้เช่ากว่า 6,000 คัน ประกอบด้วยรถเช่าดำเนินงานและรถเช่าระยะสั้น ซึ่งเราได้มีการพัฒนา ระบบการทำงานและให้บริการที่เเลิศ                                                                                                                    

     นับเป็นทางเลื่อกที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบสนองความต้องการ การใช้รถยนต์ขององค์กรธุรกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่การบริหารค่าใช้จ่าย หรือประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดแก่ธุรกิจของท่านไม่ว่าจะเป็นการบริการจัดการทั้งหมด ตั้งแต่ค่าซ่อมบำรุง ประนภัย รถทดแทน ภาษีประจำปี การเช่ารถยนต์จึงช่วยให้ท่านสามารถตัดทอนค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้ ผลประโยชน์ที่ธุรกิจของท่ายจะได้รับจากการเช่ารถคือ ความสะดวกสบาย ในการยกภาระให้มืออาชีพ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในธุรกิจ ลดความย่งยากและลดต้นทุนในการบริหารรถยนต์ รถเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ซึ่งเป็นที่นิยมทั้งบริษัทเอกชนชั้นนำ หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน ภาษีค่าใช้จ่ายสามารถนำไปหักภาค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์

     ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของกรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส กับความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะให้บริการด้วยพนักงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ และมุ่งมั่นที่จะให้บริการต่อท่าน กรุงไทยคาร์รเร้นท์ แอนด์ ลีส จึงพร้อมที่จะเข้ามาดูแล ในส่วนการบริหารรถยนต์ให้แก่ท่าน ด้วยบริการที่เป็นเลิศ ด้วยความใส่ใจความพร้อมในการบริการชื่อเสียง ประสบการณ์ มีศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศและจำนวนรถสำรองเพื่อทดแทนระหว่างซ่อมมากกว่า 300 คัน และทีมงานที่ประสิทธิภาพด้วยบุคลากรที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับทุกระดับการบริการ ทีมงาน after sales มาตรฐานศูนย์บริการชั้นนำ และศูนย์ประสานงานฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมหน่วยซ่อมบำรุงเคลื่อนที่และรถลากจูง บริการครองคลุมทั้งรถเช่ารายวัน (Rent) และรายปี (Lease) รองรับ Fleet การเช่ารถของลูกค้า เริ่มต้นตั้งแต่ 1 คันถึง 500 คัน รถยนต์ที่ให้เช่าจะเป็นคันใหม่ป้ายแดง และรถยนต์สภาพดีที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี และได้รับความคุ้มครองด้วยประกันชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. และสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพและซ่อมบำรุงได้ทุกศูนย์บริการที่ผ่านการรับรองเครดิตของ กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส ทั่วประเทศ

     อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่เราได้รับในวันนี้ นับเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เพราะเรายังคงยืนหยัดที่จะพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุด

                                                             "เรามีบริการซ่อมฉุกเฉินพร้อมรถลากจูงไว้ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง"

ทุกคำตอบของบริการรถเช่า


กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ
ทุกคำตอบของบริการรถเช่า

                  สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างทุกวันนี้ เชื่อว่า แนวทางหนึ่งที่หลายองค์กรนำมาใช้คือ การลดภาระและต้นทุนในการบริหารจัดการลง โดยหันมาใช้บริการ Outsource ประเภทต่างๆ มากขึ้น ซึ่งบริการหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือ "รถเช่า" เพราะแม้การที่แต่ละองค์กรจะซื้อรถเพื่อใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถสำหรับผู้บริหาร รถที่มีไว้เพื่อบริการลูกค้า หรือรถส่งสินค้าก็ตาม อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ตามมาจากการซื้อรถ อาทิ การดูแลรักษาตามระยะทาง การเสียภาษีประจำปี การทำ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ การทำประกันภัยรวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นภาระให้กับองค์กรไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องใช้รถยนต์เป็นจำนวนมากด้วยแล้ว ภาระต่างๆ ก็ย่อมเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ซึ่งหากใช้บริการรถเช่า ภาระต่างๆ เหล่านั้นผู้ให้บริการก็จะเป็นผู้ดำเนินการแทนทั้งหมด

                 แต่ด้วยเหตุที่ผู้ให้บริการด้านรถเช่าในตลาดมีเป็นจำนวนมาก การตัดสินใจเลือกใช้บริการของแบรนด์ใดจึงต้องศีกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เนื่องจากหากใช้บริการรถเช่าจากผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากจะไม่ช่วยลดภาระให้กับองค์กรแล้ว ยังสร้างภาระให้เพิ่มขึ้นด้วย โดย กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจรถเช่านี้ ซึ่งได้สั่งสมประสบการณ์มาเกือบ 30 ปี และมีการบริหารจัดการที่โปร่งใส โดยได้นำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2548 ที่ผ่านมา
                 สิ่งที่ทำให้ กรุงไทยคาร์เร้นท์ สามารถครองใจลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนมาได้อย่างยาวนาว คือ บริการที่ครบวงจร โดยมีรถยนต์ให้เลือกทุกแบรนด์กว่า 6,000 คัน ตามลักษณะการใช้งาน และงบประมาณ ซึ่งการใช้บริการแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ สัญญาเช่าระยะสั้น คือ รายวัน, รายสัปดาห์และรายเดือน และสัญญาเช่าระยะยาว คือ ระหว่าง 1-5 ปี

                  นอกจากนี้ กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ ยังให้ความสำคัญกับงานด้านบริการเสมอมา โดยมี Call Center ไว้คอยให้บริการผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และสามารถรับ-ส่ง หรือเปลี่ยน กรณีรถเช่ามีปัญหาตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนในต่างจังหวัดจะใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง

                    ดังนั้น หากองค์กรใดต้องการลดภาระในการบริหารจัดการด้านรถยนต์ ซึ่งย่อมส่งผลให้ผู้บริหารมีเวลาในการวงแผนการตลาด วางแนวทางการพัฒนาสินค้า เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดทางธุรกิจมากขึ้น บริการรถเช่าก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่า กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ คือแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ในทุกๆ ความต้องการ และเป็นทุกๆ คำตอบของบริการด้านรถเช่าทั้งในวันนี้และวันหน้า

                                                                                                           ข่าวจาก นิตยสาร Marketeer

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

rent a car Bangkok,rent a car Thailand

กรุงไทยคาร์เร้นท์


ผู้นำอันดับหนึ่งรถเช่าระดับอินเตอร์

"เราจะสร้างความมั่นใจธุรกิจรถเช่าเพื่อความทันสมัย
เราจะปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา"

            กรุงไทยคาร์เร้นท์หลังจากดำเนินธุรกิจมากกว่า 30 ปีจนถึงวันนี้ ตลาดรถเช่าระดับองค์กรนั้น กรุงไทยคาร์เร้นท์เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับต้นๆ มีรถให้บริการอยู่ทั้งสิ้น 5,800 คัน
คุณพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า
การเช่ารถในระดับองค์กร มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น เนื่องจาก การแข่งขันของตลาดทำให้ราคค่าเช่ารถถูกลง ส่งผลให้บริษัทเอกชน รวมถึงหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
เริ่มเปลี่ยนจากการเช่าซื้อรถยนต์มาเป็นกาเช่ารถเพื่อใช้งาน ซึ่งเป็นการลดต้นทุนในการบริการได้อีกทางหนึ่ง

            ในปีนี้ บริษัทมีแผนจะตั้งเป้าเติบโต 10-15% ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10 % ของธุรกิจรถเช่า สำหรับกลยุทธทางการตลาดในปีนี้จะเน้นคุณภาพรถเช่าและบริการมากกว่าเรื่องราคา และความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานระดับสากลจากศูนย์บริการ ด้วยทีมงานหน่วยซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ ตลอด 24 ชั่วโมง  จุดเด่นของกรุงไทยคาร์เร้นท์ ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณรถที่มีมากกว่า  แต่สิ่งที่กรุงไทยคาร์เร้นท์แตกต่างคือ การให้บริการ ซึ่งในที่นั้หมายถึงบริการที่รวดเร็ว และเรื่องของรถสำรอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รถเช่าหลายๆที่ เมื่อรถลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาการหารถแทนที่ล่าช้า หรือไม่ก็มีรถทดแทนคนละรุ่นกับที่ลูกค้าเช่า แต่ด้วยจำนวนรถที่มากกว่่ากรุงไทยสามารถจัดหารรถรุ่นเดียวกันกับที่ลูกค้าเช่าเพื่อใช้งานต่อเนื่องได้ทันที แม้ว่าราคาค่าเช่ารถของเราจะสูงกว่า แต่ที่ผ่านมาลูกค้าจะพอใจกับการให้บริการมากกว่าค่าเช่ารถที่ถูกเพียงอย่างเดียว

ในส่วนการตลาด กรุงไทยคาร์เร้นทื ยังมีบริษัท โตโยต้ากรุงไทย ยูสคาร์ ซึ่งทำธุรกิจขายรถมือสอง และเป็นบริษัทที่สำคัญในการระบายรถเช่าที่หมดอายุสัญญาจากลูกค้า
เพื่อจำหน่ายเป็นรถมือสอง เรียกได้ว่า กรุงไทยคาร์เร้นท์ ทำธุรกิจรถเช่าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ที่ทันสมัยและครบวงจร และเป็นผู้นำอันกับหนึ่งของรถเช่าระดับอินเตอร์

กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
ขอบคุณที่มา http://www.krungthai.co.th

รถเช่า, เช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailand, รถยนต์เช่า, เช่ารถยนต์, รถเช่ารายปี, รถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่า, บริการเช่ารถ, รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ, รถเช่าขับเอง, เช่ารถขับเอง, รถยนต์ให้เช่า, กรุงไทยคาร์เร้นท์, carrent, carrental, krungthai, carrent bangkok