วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มองธุรกิจรถเช่าผ่านกรุงไทย คาร์เร้นท์ฯ

มองธุรกิจรถเช่าผ่านกรุงไทย คาร์เร้นท์ฯ


 ตลาดรถเช่านับวันจะมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม และคาดว่าในปีนี้จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 % จากปี 2547 หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน 35,000 ล้านบาท
       ทุกวันนี้รถเช่าแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ1.รถเช่าสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ 2. รถบรรทุก เช่น รถ 10 ล้อ รถน้ำมัน รถปูน และ 3. รถเช่าทั่วไป เช่น รถประจำตำแหน่ง ,รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งรถเช่าในประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ1.รถเช่าระยะสั้น จะเป็นลักษณะเพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ 60 % 2. รถเช่าระยะยาว 40% เป็นรถเช่าสำหรับองค์กร บริษัทต่าง ๆ โดยประเภทหลังนี้มีการขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากองค์กรสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ทำธุรกิจรถเช่าทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว และทางผู้จัดการ “มอเตอริ่ง” ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ ถึงการดำเนินธุรกิจรถเช่าของบริษัทฯ
นายพิเทพ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด(มหาชน)
       ขอทราบประวัติความเป็นมา
       
เราดำเนินธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ประเภทต่าง ๆแก่ลูกค้า ทั้งที่เป็นบุคคลทั่วไป นิติบุคคลชั้นนำ และองค์กรรัฐวิสาหกิจ มากว่า 2 ทศวรรษ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน ธุรกิจของเราได้เติบโตอย่างมั่นคงจนมีจำนวนรถยนต์ให้เช่ากว่า 3,000 คัน และได้มีการพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้เรายังทำการฝึกอบรมพนักงานของเราเพื่อให้พร้อมเสมอสำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    
       ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่จะได้รับจากการเช่า
       ในแง่ของการเช่ารถแบบระยะยาวตามขององค์กรต่าง ๆ อย่างแรกคือ1. เพิ่มกระแสเงินสด จากการที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องนำเงินมาลงทุนซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมาก 2. ปรับปรุงสถานภาพของงบทางการเงินด้วยการลดมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตราส่วนของรายได้ต่อสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น และ 3. เพิ่มผลกำไรให้แก่ธุรกิจของท่าน เนื่องจากพนักงานของลูกค้าสามารถมุ่งใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางได้เต็มที่ ทำให้โอกาสสูญเสียทางธุรกิจลดลง สุดท้ายคือเพิ่มศักยภาพในการทำงานของพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ทำให้จัดการบริหารรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
       จุดเด่นของกรุงไทยคาร์เร้นท์
       มีรถยนต์ให้เช่ากว่า 3,000 คัน เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ มีเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 250 แห่ง รวมถึงการให้บริการนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านซ่อมบำรุงหรือรับแจ้งความเสียหาย เช่น ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนเพียงแค่โทรมาแจ้งความต้องการรถยนต์ ทางบริษัทก็จะส่งรถไปให้ได้ทันที ส่วนเรื่องการคุ้มครองประกันภัยก็เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ อาทิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทนิวแฮมเชอร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)ในเครือ เอไอเอ ทำให้มั่นใจ ปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ และจะตรวจสภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบและหลังซ่อมตัวถังทุกครั้ง มีทั้งศูนย์ประสานงานและบริการซ่อมฉุกเฉิน 24 ชม. ภายในเขต กทม.และปริมณฑล ส่วนลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยให้กับพนักงานมากขึ้น ทางบริษัทก็จัดอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยตามที่ลูกค้าร้องขอ
    
       ค่าใช้จ่ายในการเช่า แพงหรือไม่
       
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเช่ารถยนต์ และจำนวนรถยนต์ที่ต้องการเช่า รวมถึงยี่ห้อรถยนต์ที่ต้องการมากกว่า ซึ่งลูกค้าจะเป็นคนเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนที่เป็นค่ารถเช่าเท่านั้น โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆที่เหลือ เช่นค่าจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนรถ ค่าธรรมเนียมประกันภัย ค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการจัดหารถยนต์ทดแทน เป็นต้น ทางด้านราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ราคาจะไม่นิ่งตลอดสัญญาเช่าแน่นอน
    
       มีรถยนต์ประเภทใดบ้างที่ให้เช่า
       ประเภทรถยนต์แบ่งเป็น รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถสปอร์ตอเนกประสงค์ เป็นต้น
       -สภาพรถยนต์ : จะมีทั้งป้ายแดง และรถยนต์สภาพดีที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี
       -รถยนต์ทุกคันได้รับความคุ้มครองประกันภัยชั้น 1 รวมถึงการเช่าระยะสั้นและระยะยาว : รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนหรือรายปี
       -การให้เช่ารถยนต์เปล่าหรือพร้อมพนักงานขับรถสามารถเลือกได้
       กลุ่มลูกค้าเป็นใครบ้าง
       
เราเจาะลูกค้าที่เป็นบริษัทต่างชาติ หรือเอกชนไทย ขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการตัดภาระด้านการซ่อมบำรุงรถยนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เราก็ทำให้อยู่หลายบริษัท เช่น ทศท. ใช้รถที่เช่าจากบริษัทเราจำนวน 400 กว่าคัน หรือที่ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ก็มี 30 กว่าคัน ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทจะเป็นการให้เช่ารถระยะยาว 1-3 ปีมากกว่าการเช่ารถระยะสั้น เพราะว่าจะต้องรู้จักลูกค้าดีในระดับหนึ่ง รวมถึงต้องพิจารณาเครดิตทางการเงินของลูกค้าด้วย ปัจจุบันลูกค้าของกรุงไทยคาร์เร้นท์มีประมาณ 300 กว่าองค์กร
    
       กรุงไทยคาร์เร้นท์ฯ เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์
       บริษัทมีแผนงานอยู่แล้วที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ซี่งขณะนี้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ (Initial Public Offering : IPO)จำนวน 50 ล้านหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือคิดเป็น 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มีมูลค่าหุ้นละ 1 บาทโดยชื่อย่อใช้ชื่อว่า KCAR โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าทำการซื้อขายในไตรมาสที่ 2 ปี 48 มีบริษัทหลักทรัพย์ ซีมีโก้ จำกัด(มหาชน)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
       โดยวัตถุประสงค์หลักในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็เพื่อระดมเงินทุนมาชำระหนี้ระยะสั้นบางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการธุรกิจ ซึ่งเราต้องลงทุนไปเดือนละกว่า 1,000 ล้านบาท
    
       อนาคตมีแผนขยายธุรกิจ
       จะขยายธุรกิจรถมือสองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็ขายรถมือสองควบคู่ไปกับการเช่ารถอยู่แล้ว เพราะต้องหมุนเวียนรถเก่าที่อายุการใช้งานประมาณ 4 ปีขายออกไป ทั้งขายปลีกและขายส่งลูกค้าตามเต้นท์รถยนต์ปีละ 700-1,000 คัน และในอีก 4 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1,000 โดยเราขายรถมือสองในราคาเฉลี่ยคันละ 400,000 บาท/คัน

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9480000060181


กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)

รถเช่าเช่ารถ,rent a car Bangkok,rent a car Thailandรถยนต์เช่าเช่ารถยนต์รถเช่ารายปีรถเช่ารายวัน, บริการรถเช่ารายวันบริการรถเช่าบริการเช่ารถรถเช่ากรุงเทพเช่ารถกรุงเทพรถเช่าขับเองเช่ารถขับเองรถยนต์ให้เช่ากรุงไทยคาร์เร้นท์carrentcarrentalkrungthaicarrent bangkokcarrent thailand, thailand thai bangkok car rental rent hire leasecar rental thailandauto hireauto leasingcar hirecar leasecar rent car rentaloperating leasekcarbangkokthaithailand

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น